วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2551

ดอกไม้สีฟ้า

การประชุมวันพยาบาล 108 ปี สมเด็จย่า ที่ผ่านมา
สังเกตเห็นทีมงานบาง ท่านติดเข็มกลัดดอกไม้ สีฟ้าสวย จนต้องเดินเข้าไปถาม แล้วได้มาประดับ 1 ดอก
ดอกไม้ในจินตนาการดอกนี้มีชื่อไพเราะว่า ดอกแก้วกัลยา
เป็นการรวมเอาดอกแก้วเจ้าจอมที่มีสีฟ้า
กับดอกแก้วสีขาวที่เรารู้จักกันดีว่าหอมชื่นใจ มีการจัดจำหน่ายเพื่อกองทุนผู้พิการ


ดอกโต กลีบบางสีฟ้าใสนี้
ชื่อว่าผักบุ้งฝรั่ง
GLORY




เนื้อเพลง ถึงเวลาส่งนางฟ้ากลับสวรรค์ เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์
ถึงเวลาส่งนางฟ้ากลับสวรรค์ ที่แห่งนั้นงามดังฝันคู่ควรเทพธิดา สู่สวรรค์ สู่ยังวิมานที่ปลายขอบฟ้า ก้มกราบอำลา ด้วยน้ำตาอาลัย ท่านลงมาจากบนฟ้าจากสวรรค์ เติมความฝัน ต่อชีวิตผู้คนทั้งใกล้ไกล สุดเหนื่อยล้า อุทิศชีวา เพื่อคนที่ยากไร้ เป็นภาพในใจ ไม่ลืมทุกอย่างที่ท่านทำ จากวันนี้ กลับสู่ฟ้าดังเดิม และคงไม่มีภาพเดิม ที่เคยได้เห็นได้จำ ไม่มีอีกแล้ว นางฟ้าองค์เดิม ท่องดินและถิ่นน้ำ แต่ภาพทรงจำ ไม่มีวันเลือนลบหายไป ถึงเวลาส่งนางฟ้ากลับสวรรค์ ที่แห่งนั้น งามดังฝันและดูสุดแสนไกล ยามคิดถึง ให้คิดทำดี ร่วมมีร่วมจุดหมาย นางฟ้าไกลไกล ท่านคงยังอยู่ข้างข้างเรา นางฟ้าองค์เดิม ท่านคงยังอยู่ข้างข้างเรา

วันพุธที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2551

จดบันทึก....ลับสมอง...


การจดบันทึกที่มีประสิทธิภาพ
ขอเสนอวิธีการ การจดโน้ตแบบเด็กคอร์เนล..... (Cornell Note Taking Method) การจดโน้ตนั้น คุณ Walter Pauk (1989) (from BYU website) ได้กล่าวไว้ว่า มันประกอบไปด้วยหลักสำคัญ 6R อันประกอบด้วย...
การจดบันทึกในห้องเรียน หรือ (Lecture Note) แม้ว่าจะผ่านการเรียนกันมาหลายปี แต่ก็ยังไม่มีวิธีตายตัว หลายคนจดโน้ตมาแล้วแต่อ่านของตัวเองไม่ได้ อ่านไม่รู้เรื่อง ต้องไปยืมของเพื่อนมาอ่านอีก ก็กลายเป็นว่าเสียเวลาในห้องเรียนที่จะจดโน้ต แ่ต่ก็เสียเวลาเปล่า ครั้นจะไม่จดอะไรเลย ก็กลัวจะลืม
วันนี้ขอเสนอวิธีการ การจดโน้ตแบบเด็กคอร์เนล..... (Cornell Note Taking Method) การจดโน้ตนั้น คุณ Walter Pauk (1989) ได้กล่าวไว้ว่า มันประกอบไปด้วยหลักสำคัญ 6R อันประกอบด้วย
Record (บันทึก) ให้จดบันทึกสิ่งที่ได้เรียน และสิ่งที่เป็นความคิดของคุณลงไป แต่ไม่ต้องจดละเอียดทั้งหมด พยายามจดอย่างย่อ พยายามตัวย่อ หรือใช้สัญญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์เพื่อให้จดบันทึกได้ไวขึ้น
Reduce (ย่อ) หลังจากเรียนเสร็จ ก่อนนอนให้อ่านโน้ตของตัวเองอีกครั้ง หรือพยายามเขียนให้สมบูรณ์ขึ้น ให้ตัวเองอ่านได้เข้าใจมากขึ้น ถ้าสามารถสรุปความประเด็น หรือย่อประเด็น และสร้างคำสำคัญ ของเรื่องที่เรียนในหน้านั้นได้ด้วย ให้จดเพิ่มเติมไว้ข้าง ๆ ในการย่อความนี้อาจจะเกิดปัญหา จะได้ความคิดว่าโน้ตที่จดมานั้นบอกอะไรกับเรา จึงให้จดคำสำคัญ แผนภาพความคิด หรือปัญหาที่เกี่ยวข้องไว้ด้วย (น่าจะใช้เวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมง ต่อการเรียน 1 คาบ (1 ชั่วโมง 15 นาที) )
Recite (คิดใหม่) อ่านทบทวนอีกรอบ ด้วยความเข้าใจของตัวเราเอง พยายามพูดหรือคิดในอีกมุมหนึ่งที่เป็นภาษาของตัวเอง ที่สามารถเข้าใจได้ง่าย โดยดูจาก คำสำคัญ และคำถามที่ได้เคยตั้งไว้ พยายามหาคำตอบจากโน้ตที่จดมา (อาจจะทำแค่สัปดาห์ละสองครั้ง หรือสัปดาห์ละครั้ง ครั้งละประมาณครึ่งชั่วโมง)
Reflect เป็นการสังเคราะห์และเชื่อมโยงความรู้ เข้ากับความรู้อื่นที่เรามี พยายามคิดออกนอกตำรา หรือจากโน้ตที่จดมา เช่น จะพัฒนาความรู้นี้ไปใช้จริงได้อย่างไร เพราะเหตุใดเรื่องที่เราเรียนนี้ถึงมีความสำคัญ เรื่องที่เรียนนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องอื่นที่เรียนมาอย่างไร ( อาจจะทำควบคู่ไปกับ Recite) หลังจากทำ Recite และ Reflect แล้ว อาจจะจดเพิ่มเติม สามารถสรุปประเด็น และจดเพิ่มเติมได้ในส่วนข้างโน้ต (ที่เดียวกับที่จด Reduce)
Review พยายามอ่านทบทวนและทำการคิดใหม่ (Recite) โดยการดูโน้ตที่จดมาบ่อย ๆ อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง หรือเดือนละครั้งก็ยังดี
Recapitulate (สรุป) หลังจากได้ทำการ 5R ดังที่กล่าวมาแล้ว ถึงคราวใกล้จะสอบ หรือทำเมื่อความคิดกระจ่างชัดเจนแล้ว รู้ว่าสิ่งที่จดมานั้นมีความคิดรวบยอด (main idea) เป็นอย่างไร ก็ให้จดสรุปไว้ด้านล่างของโน้ต
จากแนวคิด 6R นี้เห็นได้ว่า กระดาษโน้ตที่จดนั้น ควรจะแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ
1) ส่วนจดเนื่อหาในห้องเรียน
2) ส่วนจดด้านข้างสำหรับ คำัสำคัญ ย่อประเด็น คำถาม ที่เกิดจาก Reduce Process ข้างต้น
3) ส่วนจดความคิดสรุป (main idea) ด้านล่างของโน้ต
.....ขอบคุณต้นฉบับ......

วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2551

จากอรุณสวัสดิ์ ...ถึงแผนยุทธศาสตร์

ตื่นเช้า มาวันนี้ก่อนลืมตา ใจก็นึกก่อนว่า...เมื่อคืนฝันดี ฝันร้าย เผื่อเอาไปวางแผนการทำงานวันนี้......ตั้งแต่ฟังเรื่องการทำแผนมาผู้สอนมักจะยกตัวอย่าง เยี่ยงนี้ทุกครั้ง ปีนี้กรรมการทำแผน กำหนดออกแผน ปี2552ไว้ว่า ก่อนกรกฎาคม แต่ไหงเลยมาจนตุลาคมแล้วเพิ่งคลอด( Prolong Labour) คิดเอาเองว่าคงรอแผนของกลุ่มการพยาบาล
การประชุมการทำแผนยุทธศาสตร์เมื่อ 6-8 ตค.2551 ที่ผ่านมาหลายคนบอกน่าจะจัดแบบนี้มาตั้งนานแล้ว เข้าใจขึ้นมากดีกว่าไปประชุมที่อื่น ที่ไม่ได้ช่วยกันคิด ไปแค่ 3-4 คน ไม่กล้าเสนอความเห็น ไม่ได้ทำจากข้อมูลจริงๆจากการร่วมกันค้นหาจุดอ่อน-แข็ง-โอกาสพัฒนา ของระดับกลุ่มการพยาบาล ระดับPCT ระดับหน่วยงาน
สิ่งที่เรียนรู้จากการเข้าร่วม ประชุมครั้งนี้-เตรียมข้อมูล/นโยบาย/Core Value/Indicatorที่เกี่ยวข้องไม่เพียงพอ - การมองประเด็นสำคัญตามวิสัยทัศน์ พันธกิจ - ช่วงเวลาที่จัดควรก่อนเดือนสิงหาคม-จำนวนกลยุทธ์ทั้ง13 กลยุทธ์ดูมากไปสามารถรวบเข้าด้วยกัน -ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์โรงพยาบาลเพื่อนำไปทำแผนปฏิบัติการ แต่สุดท้าย เราก็ได้ Action Plan ที่ไม่นิ่งกันไปทุกหน่วยก็แล้วกัน

วันพฤหัสบดีที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2551

108 ปี สมเด็จย่า ประชุมวิชาการพยาบาลครั้งที่2 ที่บางนรา

แล้ววันดีดี ของพยาบาลก็มาถึงอีกปี ถ้าจะนับเป็นพี่เป็นน้อง ในแวดวงการจัดประชุมวิชาการ ต้องขอเป็นรุ่นน้องเพราะเพิ่งจัดเป็นครั้งที่ 2 เรามีการปรับปรุงมาจากครั้งแรกอยู่หลายเรื่อง ไม่ว่ารูปแบบ เนื้อหาวิชาการ เอกสาร อีกทั้งของชำร่วย(ฟรี ฟรี) และที่สำคัญครั้งนี้เป็นความร่วมมือกับ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ คนใกล้ชิด แบบในรั้ว(กำแพง)เดียวกัน การเตรียมงานแบบพี่ๆน้องๆ มีอะไรคุยกันง่ายจริงๆ
การประชุมพยาบาลทั้งประเทศจะจัดในเดือนตุลาคม ของทุกปี และเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จย่าในปีนี้ ครบ108ปี แล้วที่พระองค์ท่านสถิตอยู่ในดวงใจ ของเราทุกคนไม่เฉพาะแต่พยาบาลเท่านั้น
ก่อนการเตรียมงานประชุม ขลุกขลักกันนิดๆเพราะเป็นช่วงที่โรงพยาบาลกำลังรับICV จากทีมพรพ การทำงานแข่งกับเวลาจึงเกิดขึ้น หลายคนบอกเสร็จงานจะลาพักร้อน เพราะอ่อนล้า นั่งหลับขณะสรุปงานประจำวัน แต่บางคนคึกคัก เกิดการเรียนรู้ในกิจกรรมที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะท่านรองแพทย์กับการจัดนิทรรศการครั้งนี้สนุกจริงๆ
ถ้าพูดถึง Theme ของงานปีนี้จะว่าไปแล้วก็ไม่ชัดเจนเหมือนปี50 คือ...พัฒนาคน พัฒนางาน มุ่งสู่มาตรฐาน...เนื่องจากปีนั้นเน้นHA อยู่ด้วย พอมาปีนี้ก็ยังICV ติดๆกันมาเลยไม่ได้เน้น Theme เอาเป็นว่า ... พัฒนาคน พัฒนางานเพื่อคุณภาพบริการ...นะคะท่าน
ใน 3 วันที่ผ่านมาประกอบด้วย เนื้อหาวิชาการส่วนใหญ่เป็นเรื่องคุณภาพการดูแล การบริการผู้ป่วย การแบ่งปันความรู้ด้วยการพูดคุยแบบสุนทรียสนทนา จริยธรรมที่นำมาปฏิบัติได้จริง การนำเสนองานวิจัยของหอผู้ป่วย และมีการประกวดผลงาน นวตกรรม ของหน่วยงาน ที่สำคัญได้ CNEU 16 หน่วย
ในส่วนผู้บริหารก็มีรางวัลให้เป็นกำลังใจในการคิดพัฒนางานให้ชื่นใจ ขอแสดงความยินดีด้วยจริงๆค่ะ ต้องขอขอบคุณผู้บริหารสูงสุดที่ผลักดันให้เกิดการประชุม ติดต่อกันมา 2 ปีแล้ว และในปีหน้า คาดว่าจะประสบผลที่ดีขึ้นค่ะ

วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2551

ต้องให้เวลา เมื่อต้องการเปลี่ยน


เมื่อรับนโยบาย การบริหารยาเพื่อความปลอดภัยมาเป็นจุดเน้นการทำงานปี 2551 สิ่งที่เคยทำมาเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นการ์ดยา สีหลือง สีเขียว สีชมพู ทุกตึกต้องมีล็อกใส่การ์ดยา(คู่ชีพ)
การยกเลิกการ์ดยา เพื่อลดความผิดพลาดในการลอกลายมือ ได้รับยาRealtime แถมยังต้องเพิ่มงานดักจับความเสี่ยงทางยาแต่ละราย ส่งอุบัติการณ์ระดับF G H I การเตรียมและทำความเข้าใจกับน้องๆสำคัญมาก โดยเฉพาะใน ICU ที่มียาจำนวนมาก เทคนิคทุกรูปแบบถูกนำมาใช้ร่วมกัน ทำให้คิดถึงการหย่าเครื่องช่วยหายใจ(ฮ่าๆๆ)
........1-2 สัปดาห์แรกพยาบาล Med เกือบเป็นโรคจิตย้ำคิด ย้ำทำ กลัวพลาดน้องๆตรวจสอบกันแทบทุกชั่วโมง มีปัญหาลืมให้น้ำระหว่างมืออาหาร ลืมพ่นยา ซึ่งเป็นคำสั่ง one day ก็แก้ปัญหาโดยเขียนโน้ต จดไว้ส่วนตัวบ้าง
............ช่วงนี้เรียนรู้ว่าการเปิดโอกาสให้น้องๆ คุยกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน จากที่เคยทำในรพ.เอกชน สามารถนำมาปรับใช้ได้ บางวันคุยกันเป็นชั่วโมง เกิดการปรับเปลี่ยนรายละเอียดสัปดาห์ละ 2 ครั้งแต่ทุกคนก็ยินดี
.......3-4 สัปดาห์ต่อมาหลังปรับระบบ ทำรถเข็นยาเฉพาะเตียง ทำการค้นหาสาเหตุRCA ทีมเรากำหนดแนวทางการทำงาน แล้วสื่อสารเพื่อนร่วมงาน ได้แก่การห้ามยืมยาระหว่างเตียง ต้องRealtime ต้องเน้นให้ดักจับความผิดพลาดระดับ F G H I เน้นการตรวจสอบ chart ทุกเวร ลดจำนวนยาสำรองทั้งยา HADและยาทั่วไป
........2 เดือนผ่านไป ระบบเริ่มเข้าที่ ข้อตกลงต่างๆถูกนำไปปฏิบัติ น้องไม่ต้องจดบันทึกกันลืมแล้ว order one day มีเทคนิคจัดการที่ดีขึ้นทุกคนยอมรับร่วมกัน และสิ่งที่ต้องนำมาปรับไปพร้อมกันคือการให้สารน้ำ ชนิดต่างๆ แผนพัฒนาต่อไปคือ การทำ daily dose

วันพุธที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2551

เรา ต้องฟังกัน ให้มากขึ้น

ครั้งนี้เป็นประโยคสั้นๆ ที่ได้ยินและกระทบจิตใจ จังๆ คือ
...เราต้องฟังกันให้มากขึ้น...ซึ่งได้เรียนรู้จากการติดตามอาจารย์ผู้เยี่ยมสำรวจ
การที่จะให้น้องที่อยู่หน้างาน อยู่กับการทำงานที่หลากหลาย ยิ่งผ่านประสบการณ์มานาน เรื่องราวต่างๆสั่งสมมากขึ้น บางครั้งเราทำงานกันกันเป็นประจำ พี่บอกให้น้องทำ น้องก็ทำไป จนกลายเป็นการทำงานปกติ จนในบางครั้งลืมกลับไปคิดถึงวัตถุประสงค์หลัก วิธีการทำงานนั้นทำให้งานบรรลุผลดี
ครั้นถึงวันนึงมีคนมาถาม ให้เล่าเรื่อง เล่าที่มา เล่าขั้นตอนที่ได้แนวทางเหล่านั้นให้ฟัง
.....เราต้องให้เวลาน้องลำดับเหตุการณ์ ช่วงเวลานั้นทุกคนนิ่งเงียบ ( หลายอึดใจ)
สายตาที่มองพร้อมลุ้นระทึก จนกระทั่งเรื่องเล่านั้นถูกเล่าให้เราได้ยิน ให้เราได้ฟัง