วันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2551

โรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัว ( หลายครอบครัว)


เมื่อวันที่16-17 กันยายน 2551 ที่ผ่านมา แม้ไม่ได้เป็นทีมที่ต้องถูกประเมินโดยตรง แต่ก็เอาใจช่วยพี่ๆ น้องๆ แบบว่า....ระทึกเหมือนกันโดยเฉพาะตอนที่ทีมประเมินแสดงระดับคะแนน กับตอนจบ...ว่าให้ผ่านการประเมิน ระดับทอง งานนี้เห็นความตั้งใจของผู้บริหารทุกระดับ โดยเฉพาะสาขาสูตินรีเวชกรรมเพื่อให้ยุทธศาสตร์ เร่งรัดงานอนามัยแม่และเด็กผ่านไปได้อย่างแข็งขัน แม้จะต้องทำงานในช่วงถือศีลอด ทีมงานก็ไม่ยอมท้อถอย ยิ่งใกล้วันเยี่ยมหากเดินผ่านอาคารแม่และเด็กจะเห็นเงา ตะคุ่มๆซักซ้อมกันแบบพี่ๆ น้องๆ
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ต้องตามมาหลังการเป็นแชมป์ ก็คือ การรักษาแชมป์ไว้ให้ยั่งยืนที่สุดใช่ไหมคะ สมกับที่ได้รับรางวัลครั้งนี้ โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว หลายครอบครัวเราด้วยนะคะ

วันพุธที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2551

เรื่องเล่าจากประชุมพัฒนาระบบบริการ รพท./รพศ ภูเก็ต 10-12 กย.2551

Green Hospital หากใครได้ยินคำนี้แล้วอาจวาดภาพว่า โรงพยาบาลนั้นคงเขียวชะอุ่ม ร่มรื่นไปทั้งโรงพยาบาล ซึ่งในความเป็นจริงก็ไม่ผิดหรอกค่ะ การมองภาพที่ชัดอาจต้องชวนทีมงานด้านสิ่งแวดล้อม งานIC RM มาช่วยกันสร้างความเป็น GREEN เพื่อที่จะได้ทั้งความร่มรื่นของที่ทำงาน ความสะอาด ความปลอดภัย และดูแลโลกใบนี้ไปพร้อมกัน แนวคิดจากนิทรรศการได้แก่ การสร้างปอดในโรงพยาบาลซึ่งมักเป็นสถานที่ที่ไม่น่าอภิรมย์ แม้ไม่ใช่รีสอร์ท แอนด์สปา โรงพยาบาลก็สวยได้
การที่มีถังแยกขยะเป็นชนิด จำพวก ที่ชัดเจน บางแห่งทำเหมือนว่าเวลาจะทิ้งขยะ ต้องหย่อนทีละชิ้น แบบเล่นหมากขุม จนตอนนี้เกมส์คอมพิวเตอร์เข้ามาแทนจนสมัยนี้หายากแล้ว
การแปลงขยะเป็นเงิน การนำกลับมาใช้ใหม่
การทำดนตรีบำบัด ซึ่งทำให้เกิดการผ่อนคลาย ลดความเครียด
การใช้สีที่สวยงาม มาใช้ทาอาคาร ด้วยความเชื่อว่าสีเปลี่ยนอารมณ์ บำบัดอาการซึมเศร้า กระตุ้นประสาทสัมผัส
ต้องขอขอบคุณ ทีมงานโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ที่อำนวยความสะดวก บริการผู้เข้าประชุมจากนราธิวาส และที่ทำให้ได้แนวคิดเหล่านี้มาปรับใช้ต่อไป

วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2551

เมื่อถึงคราวเด็ก เป็นใหญ่ใน I C U

พี่น้องเอ๋ย....2 สัปดาห์ที่ผ่านมาทัมมัยบ้านเรา (ICU รวม) กลายเป็น PICU ไปแล้ว 50 % เป็นคนไข้เด็กเครื่องไม่พอแล้วพี่...น้องๆเริ่ม ร้องคราง หงิงๆๆ....

วันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2551

เรามีชีวิตที่ “ขาดทุน” หรือ ได้กำไร


หลายคนถึงกับบ่นกับตัวเองว่า เมื่อไรจะถึงวันหยุด เมื่อไรจะถึงวันเสาร์-อาทิตย์ (สำหรับคนที่ทำงานออฟฟิศ หรือรับราชการ) .....ซึ่งการคิดแบบนี้จะเห็นได้ทันทีว่าพวกเขาเหล่านี้จะมีชีวิตที่ “ขาดทุน” ไปทุกๆสัปดาห์ เพราะสัปดาห์หนึ่งๆ จำต้องทนทุกข์ทรมานไป 5 วัน โดยที่รู้สึกสุขได้เพียงแค่ 2 วัน เรียกว่าต้องขาดทุนสะสมไปเรื่อยๆทุกสัปดาห์ แต่ภายใต้กระบวนทัศน์ใหม่นี้ที่มองเห็นงาน ปัญหา และชีวิตว่าเป็นสิ่งเดียวกัน จะทำให้เราเข้าใจสิ่งที่ท่านอาจารย์พุทธทาสพร่ำสอนอยู่เสมอว่า “ความสุขที่แท้ มีอยู่แต่ในงาน”

การเรียนรู้ภายใต้กระบวนทัศน์ใหม่นี้จะสร้างมุมมองที่ค่อนข้างจะเป็นองค์รวม (holistic view) คือมองเห็นงาน เห็นปัญหา เห็นชีวิต ว่าเป็นสิ่งเดียวกัน มองว่าปัญหาเป็นส่วนหนึ่งของงาน และมองเห็นงานเป็นกระบวนการที่สำคัญของชีวิต จนอาจเข้าใจลึกซึ้งถึงขั้นที่เห็นว่า “การทำงานคือการปฏิบัติธรรม” ตามคำกล่าวของท่านอาจารย์พุทธทาสเลยทีเดียว ในขณะที่กระบวนทัศน์เดิมจะมองงานด้วยสายตาที่คับแคบกว่ามาก คือมองเห็นงานว่าเป็นเรื่องของการทำมาหากินประกอบอาชีพ เพื่อให้ได้เงินมาสำหรับจับจ่ายใช้สอยเพียงเท่านั้น ผู้ที่คิดเช่นนี้ มักจะเห็นงานว่าเป็นสิ่งที่ยากลำบาก
................ ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืด สคส.