วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ความดีเกียรติที่อยู่ใน หัวใจเรา

การทำดีนั้นยากและเห็นผลช้า แต่ก็จำเป็นต้องทำ
เพราะหาไม่ความชั่วซึ่งทำได้ง่ายจะเข้ามาแทนที่
และจะพอกพูนขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันรู้สึกตัว
แต่ละคนจึงต้องตั้งใจ และเพียรพยายามให้สุดกำลังใจ
ในการสร้างเสริมและสะสมความดี
พระบรมราโชวาทพระราชทาน แก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร วันที่ ๑๔ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๒๕
บทสรุป งานมอบประกาศเกียรติคุณเป็นบุคคลตัวอย่าง นายแพทย์วิรุฬห์ พรพัฒน์กุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ สาขาการแพทย์และสาธารณสุข ปี 2008 โดยคณะกรรมการอำนวยการจัดงานบุคคลตัวอย่างแห่งปี และนิตยสารเส้นทางไทย ณ หอประชุม สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เมื่อวันที่19 พย.2551
การที่มีโอกาสไปร่วมแสดงความยินดีกับผู้บังคับบัญชาครั้งนี้ทำให้ได้พบบุคคลสำคัญที่อยากพบหลายท่าน อีกทั้งการจัดงานที่เรียบง่ายแต่แฝงด้วย เกียรติ ปิติ ยินดี ของผู้ร่วมงาน ที่ยิ่งเน้นให้เห็นว่าการที่ใครสักคนได้รับการยกย่องเชิดชู หรือรู้ว่าตนเองได้กระทำดีไม่จำเป็นต้องประกาศตนเอง แต่จะมีคนอื่นเห็นคุณความดีนั้นแล้วบุคคลนั้นก็จะถูกเลือกให้ได้รับเกียรตินั้นเอง
มีบางท่านไม่ได้เตรียมตัว ไม่ได้คาดคิด ว่าเป็นการมอบประกาศเกียรติคุณ ไม่ได้เตรียมกล้องมาเก็บภาพกลับไป จึงได้โอกาสหาเพื่อนใหม่ไปด้วยการฝากเก็บภาพ บรรยากาศในงานให้กันและกัน ขอขอบคุณโอกาสดีๆเช่นนี้ หลังจากนั้นทีมงานยังต้องเตรียมตัวไปดูงานที่โรงพยาบาลศรีธัญญา และยังได้มีโอกาสไปท้องสนามหลวง เก็บภาพสวยๆมาฝากเพื่อนๆ

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

พลังแห่งสี


เชื่อหรือไม่ มนุษย์สามารถมองเห็นสีด้วยตาเปล่าได้มากกว่าที่คิด คนส่วนมากจะรู้เพียงว่าวงจรสีมี 7 ระดับหรือที่เรียกว่า สเปคตรัม น้อยคนที่จะรู้ว่าตาคนเรามองเห็นได้มากกว่านั้นหากใช้เครื่องมือมาช่วย สามารถมองเห็นได้ถึง12 ลำดับ ศาสตราจารย์นิโคลัส โรรีช จิตรกรผู้มีวิญญาณของศิลปินอันมีชื่อเสียงที่สุดในยุคนี้ได้นำความเด่นของแสงสว่างมาใช้กับงานบนผืนผ้าใบ ด้วยวิธีการที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน เขากล่าวว่า สีเป็นผู้ควบคุมอนาคต ทุกสิ่งทุกอย่างที่ประกอบด้วยสีดำ เทา และพร่ามัว ทำให้มนุษย์มีสติสัมปชัญญะสูงส่งขึ้นทั้งสิ้น .... บางทีความลึกลับของสีอาจจะป็นดังคำจำกัดความของเกอร์เต้ที่ว่า สีเป็นความเจ็บปวดของแสง ก็ได้ด้วยเหตุผลที่แสงสีขาวบริสุทธิ์ หากลดคลื่นสั่นสะเทือนให้ช้าลง สีต่างๆจะปรากฏให้เห็นการกล่าวว่าสีเกิดจากความเจ็บปวด ก็คงได้
แม่สีมี 3 สีคือน้ำเงิน เหลือง แดงน้ำเงินเป็นสีของความตั้งใจ เหลือง เป็นสีของสติปัญญา สีแดงเป็นสีของความเคลื่อนไหว
ส่วนสีที่เกิดการผสมผสานเป็นหลากสีนั้นก็จะมีความเป็นคุณสมบัติเฉพาะตัวของมันเองลองมาดูกันนะคะ
สีแดงออกน้ำตาล เป็นสีของความตระหนีถี่เหนียว เห็นแก่ตัว
สีแดงอิฐ เป็นสีของความโกรธ
สีแดงเข้ม บอกถึงกามราคะ
สีแสด มีความเชื่อมั่นจนเป็นความหลงตัวเอง
สีแดงสดใส เป็นสีของความเข้มแข็ง อดทน สุขภาพสมบูรณ์
สีชมพูสดใส เป็นสีของความรัก เป็นมิตรและอ่อนโยน
สีส้มสดใส เป็นสีเด่นที่คริสต์ศาสนาบอกว่าเป็นสีของจิตที่อยู่เหนือธรรมชาติ
สีส้มทองใส บอกถึงความเฉลียวฉลาด
สีเหลืองบริสุทธิ์ บอกถึงไหวพริบและความเฉลียวฉลาด
สีเหลืองทองเป็นประกาย เป็นสีของการปรับตัวเพื่อการรับและการถ่ายทอดสติปัญญา
สีเหลืองมะนาว เป็นสีของพระเจ้าจึงเป้นสีทางศาสนา
สีเขียว เป็นสีของความสมดุลย์ สงบ ฟื้นฟูและรักษา
สีเขียวมะกอกอ่อน เป็นสีแห่งความเห็นอกเห็นใจและความสงสาร
สีเขียวเทา เป็นสีของผู้มองโลกในแง่ร้าย
สีน้ำเงิน เป็นสีของจิตใจที่อยู่ในระดับสูง
สีม่วงไลแลค เป็นสีแห่งความรักที่สูงส่งของมนุษย์
เชื่อไหม......สีทุกสี มีคุณค่าในการบำบัดโรค สีแดง เป็นสีที่กระตุ้นและเสริมพลังให้ร่างกาย สีเหลืองให้ชีวิตและเร่งการทำงานของสมอง สีเขียวทำให้จิตใจสงบและรักษาระบบประสาท สีน้ำเงินเป็นสีให้แรงบันดาลใจและทำให้มีสติ สีม่วงเร่งเร้าและทำให้ขั้นตอนต่างๆเจริญเติบโตทั้งร่างกาย จิตใจมนุษย์ทุกคนต่างมีสีสเปคตรัมอยู่ภายในร่างกาย และเปล่งออกมาเรียกว่ารัศมีกาย เป็นสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่กระจายออกจากร่างกายมนุษย์ ขึ้นอยู่กับความพิเศษเฉพาะบุคคล
อนาตค อิทธพลของสี จะเข้ามามีบทบาทในการดำรงชีวิตของเรามากขึ้น
แล้วคุณรู้แล้วยังว่าสีใด บอกความเป็นคุณ

วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ให้ Empowerment สร้างความอบอุ่น


บทเรียนได้มาแบบ ไม่ต้องออกค่าใช้จ่ายใดๆ เมื่อวันอังคาร-พุธที่ผ่านมา ต้องถือว่าเป็นการเรียนนอกห้องเรียนที่ตื่นเต้นที่สุด นับแต่เริ่มทำงานคุณภาพHAมา แม้เคยอบรมหลายหลักสูตรแต่บางเรื่องยังกลัวๆกล้าๆในภาคปฏิบัติ หรืออาจมีบางคนอบรมปุ๊ปลงมือทำทำทำทำ.....แล้วหยุดเพราะเหนื่อย
การเป็นผู้สังเกตการณ์ เรียนโดยไม่ต้องพูด เรียนโดยการรับฟัง เรียนด้วยการสังเกต เรียนด้วยการคิดสิบตลบ(วิธีคิดแบบที่11 กระมัง) เคยเล่ามาแล้วว่า เดี๋ยวนี้เราควรฟังกันให้มากขึ้น ครั้งนี้เช่นกัน การที่เราจะเสริมพลังให้แก่คนที่เป็นน้อง เป็นผู้ร่วมงาน เป็นทีมงานที่WORK ได้ดียิ่งขึ้นคือการเปิดโอกาสให้น้องได้พูดออกมา ให้เขาแสดงความคิดเห็น หลังจากที่ให้หลักการ ให้กรอบเค้าไป

เรามีหน้าที่ฟังให้ได้ยิน...... คอยช่วยล้อมๆกรอบไว้ บางครั้ง...พูดผิดบ้างก็หัดที่จะเฉยๆ การแทรกแซงทำให้การคิดหยุดชะงัก ลังเล หน้าที่คือพยายามหาส่วนที่จะชมให้ได้ เป็นการเสริมพลังที่ออกแรงน้อย แล้วเราจะได้บรรยากาศการประชุมยามเช้าที่สนุกขึ้น อบอุ่น ไม่มีการกล่าวโทษกัน
ในบทบาทของหัวหน้า บทบาทของพี่(อาวุโส) อาจทำให้เราชินที่จะพูดนำตามบทบาท เราอาจได้ชื่อว่าเป็นนักพูดที่เก่ง แต่ทีมของเราจะไม่ได้การเสริมพลัง ไม่ได้พัฒนาศักยภาพ
ทั้งที่เราทุกคนมีอยู่ในตัวตนของเรา..
ผลแห่งความเชื่อมั่น ไม่ได้วัดว่าพูดอะไร
ไม่ได้วัดว่าตะโกนอะไร
แต่วัดที่จิตศรัทธา อย่างไม่มีเงื่อนไข
จาก.....ตรงกลาง ที่ต่างกัน......

วันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ลับเลี่อย ให้คมไว้เสมอ LUNCH Talk

Community Of Practice:CoPชุมชนนักปฏิบัติปฐมฤกษ์ วันนี้เป็นเรื่อง ผู้ชนะ 10 คิด ในเมื่องานคือชิวิตไปแล้วแบบแยกขาดกันไม่ได้ ทุกคน ทุกระดับชั้นต้องลับเลื่อยให้คมเข้าไว้ เรียกว่าพร้อมรบทุกเวลา(เกี่ยวกันมั๊ยนี่ รบกับใคร?? ) หลายคนชอบอ่านหนังสือ หลายคนชอบฟังบรรยาย หลายคนถนัดพูดคุยกันแลกเปลี่ยนแนวคิด มีบางคนดูรายการTV ดีๆดูหนังดีๆ ก็ได้ข้อคิดแนวทางบางอย่างที่โดนใจ(ยัง...วัยรุ่น) แต่ใช่ว่าถ้าไม่มีกิจกรรมดังที่ว่ามาจะไม่มีการพัฒนาตนเอง เขาเหล่านั้นคงจะมีวิธีเป็นของตนเอง
โชคดีที่วันนี้ได้ฟังบรรยายในกลุ่ม CoP แถมรับของสมนาคุณ+ข้าวเที่ยง 1 มื้อ เรื่องวันนี้ท่านสามารถใช้ http://www.google.com/ พิมพ์ ผู้ชนะ10คิด ไปอ่านกันได้ค่ะ การท่องไปใน www. ...... เป็นทางเลือกที่นิยมขณะนี้
บรรยากาศเริ่มด้วย เพลงมันๆ ขณะรอวิทยากร ผู้เข้าประชุมเกินความคาดหมาย ทานเที่ยงไปก่อนหลายคนเพราะรอไม่ไหว...หิว ฟังการบรรยายไป พูดคุยกันไปรู้สึกไม่เครียด

รายละเอียดเนื้อหาที่พูดคุย ผู้ชนะ 10 คิด
การคิดเชิงกลยุทธ์ -ขบวนการคิดเชิงกลยุทธ์เป็นการกำหนดเป้าหมาย ที่ชัดเจนทั้งระยะสั้นและระยะยาวโดยการจัดสรรทรัพยากร
การคิดเชิงอนาคต- คิดเพราะเป็นการคาดการณ์ที่ อาจจะเกิดขึ้นอย่างมีหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม
การคิดเชิงสร้างสรรค์ -การแหวกม่านความคิดต่าง ๆออกไปเพื่อค้นพบในการแก้ปัญหาใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน
การคิดเชิงวิพากษ์- ความตั้งใจพิจารณาตัดสินเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยไม่เห็นคล้อยตามข้อเสนอ ไม่ด่วนสรุปการเห็นคล้อยตาม เป็นการตั้งคำถามท้าท้ายหรือโต้แย้งสมมุติฐานที่อยู่เบื้องหลัง พยายามเปิดกว้างทางความคิดออกสู่ความแตกต่าง ในด้านต่าง ๆมากขึ้นให้ได้ประโยชน์มากกว่าเดิม
การคิดเชิงบูรณาการ- ต้องคิดไม่แยกส่วน ต้องคิดแบบแกนหลักได้อย่างเหมาะสม ครบถ้วนทุกมุมมองไม่แยกส่วนในการแก้ปัญหา
การคิดเชิงวิเคราะห์ - วิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อน มีเหตุมีผลย่อมมีองค์ประกอบย่อย ๆ ที่ซ่อนอยู่ด้วย และองค์ประกอบนั้นมีความสอดคล้อง หรือตรงข้ามกันกับสิ่งที่ปรากฏ
การคิดเชิงเปรียบเทียบ- เพื่อวิเคราะห์กับเหตุการณ์ที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน ความสัมพันธ์ใกล้เคียงกันเพื่อให้เราลดความผิดพลาด
การคิดเชิงสังเคราะห์- เป็นความสามารถขององค์ประกอบต่าง ๆแล้วนำมาผสมผสานเข้าด้วยกันเพื่อ
ให้ได้สิ่งใหม่ตามความประสงค์ที่เราต้องการ ข้อดีของแต่ละอันมาสังเคราะห์เพื่อเป็นวิธีใหม่ที่นำมาใช้
การคิดเชิงมโนทัศน์ - การประสานข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเข้าด้วยกันโดยไม่ขัดแย้ง เป็นการมอบภาพต่าง ๆให้มีความสอดคล้องกัน ให้เป็นภาพที่คมชัด กระชับสามารถอธิบายได้ เป็นการคิดรวบยอด สร้างกรอบความคิดให้ชัดเจน สามารถถ่ายทอดออกไปได้
การคิดเชิงประยุกต์- หมายถึง นำความสามารถที่มีอยู่เดิมมาปรับใช้ในบริบทใหม่ นำมาประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ที่เราเผชิญอยู่

INFLUENCER THE POWER TO CHANGE ANYTHINK
เปลี่ยนวิธีคิด ชีวิตเปลี่ยน