.........การที่เราจะหาวิธีเสริมพลังการคิด มีหลายวิธีแล้วแต่โอกาสของเรา ครั้งนี้เป็นการติดอาวุธที่วางแผนมาแล้วระยะหนึ่ง ด้วยความกรุณาจากอาจารย์ผ่องพรรณ ธนา ที่มีต่อโรงพยาบาลภาคใต้ตอนล่างและพวกเราทีมศูนย์คุณภาพ HA หมออมรา พี่แต๋ว น้องแมว นู๋อ้อย ที่นัดพบคือ รร.เจบี หาดใหญ่
.........วิทยากรคือ อจ.อนุวัฒน์ ภายใต้ คุณภาพแบบเรียบง่าย ผ่อนคลายด้วย SPA
( ดู เหมือน ส บ า ย ^ = ^ ) โดยส่วนตัวแล้วชอบที่จดบันทึกแนวคิดจากการเรียนรู้ เผื่อจะซึมซับไว้บ้างไม่มากก็น้อย ครั้งนี้มีมากเกินจะจดทัน...แต่ก็พยายามๆๆๆๆ
S=Standard P=Practice A=Assassment
.........ความเป็นอิสระของความคิดที่จะลงมือทำงานเป็นสิ่งที่เกิดจากการที่เรารับเอามาตรฐานHA มาเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตของเราเอง หรืออีกมุมหนึ่งคือการนำมาเป็นกรอบความคิด ของการดำเนินงาน เอาองค์ประกอบเหล่านั้นมาเชื่อมโยง กันและกัน มีการบูรณาการ TQA เข้ากับมาตรฐานเชื่อมโยงกันไม่รู้จบ
........แนวคิดเครื่องมือ SPA เป็นเครื่องมือช่วยให้รพ.เห็นแนวทาง การนำมาตรฐานไปสู่การปฏิบัติ ที่ชัดเจน และบอกแนวทางการสรุปข้อมูลสำคัญที่จะบันทึกส่งให้คณะผู้เยี่ยมสำรวจ ซึ่งจะช่วยลดภาระของ รพ.และผู้เยี่ยมสำรวจในเรื่องการจัดทำเอกสาร(แบบประเมิน)
หลังการอบรม( เป่ากระหม่อม) กลับมานั่งอ่านและทำการบ้านโดยพอจะมีทุนเดิมอยู่บ้างเพราะอยู่ในแวดวง
ได้ลองเปรียบเทียบ เมื่อหลายปีก่อนกับมาตรฐานฉบับกาญจนาภิเษก มาตรฐานฉบับบูรณาการ(แล้วนะ)กับการที่ต้องช่วยกันตีความหมาย เหนื่อยมากจริงๆในการที่จะทวนสอบการปฏิบัติงานที่หน้างาน ระบบต่างๆให้สอดคล้องมาตรฐานต่างๆ
ปัจจุบันคือฉบับฉลองศิริราชสมบัติ 60 ปีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
......และทำง่ายๆกับ การ SPA ต้องถือได้ว่าเป็น Super บูรณาการ ค่ะ
วันจันทร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2552
วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2552
Seamless..... friend ใน 7 Hr.
ประสบการณ์ การจัดนิทรรศการส่วนเล็กๆ ในงานวิชาการที่ยิ่งใหญ่ระดับชาติNational Forum ครั้งที่10 : LEAN and SEAMLES เรื่องการเตรียมตัวไม่ต้องพูดถึง รูปแบบทีมเราตั้งโจทย์...(ไม่บอกว่าใครบ้างดีกว่า) นอกจากที่พรพ.กำหนดหัวข้อก็คือ สวย แตะตา รูปคมชัด เห็นโรงพยาบาลสวยๆของเราด้วยนะ.... เพราะได้รับเลือกแสดง 2 เรื่องเดินทางทั้งวัน ทั้งคืนจาก วันที่ 9 มีนาคม ถึงกทม.เช้า7 โมง วันที่ 10 มีนาคม รวมเกือบ 20 ชม.นอนในรถทัวร์ อืมม ได้รสชาติชีวิตอีกแบบ แบบ.....สุขน้อยลงติ๊ดนึง^^ ถึงโรงแรมเอเชียแอร์พอร์ต แวะอาบน้ำทานข้าว จัดอุปกรณ์ ก่อนเดินทางต่อพร้อมกันที่รถ(อีกแล้ว)10โมง
เข้าบริเวณจัดงาน ก่อนเที่ยง พบว่ามีการแยกเป็นกลุ่มๆ ตามหัวข้อหลัก ของการจัดนิทรรศการ ทำให้มีโอกาส พบทีมงานโรงพยาบาลอื่นในบู๊ทเดียวกัน(6-7 รพ.)
3 hr. แรกยังไม่รู้จักกันแอบมองว่า มีใครบ้าง ตกแต่งอย่างไร เพราะได้พื้นที่คนละเมตรกว่าๆ จึงรีบติดแล้วถอยออกมาดีกว่า จะได้ไปทำอีกที่ให้เรียบร้อยแล้วคิดว่าจะกลับมาเชื่อมสัมพันธ์ กับเพื่อนร่วมบู๊ท
3 hr ถัดมาเริ่มต้นได้ดี เอาของที่ระลึกจากนราธิวาส มาเชื่อมลด....เวลาการที่จะรู้จักกัน บู๊ทข้างๆเริ่มมองอย่างสงสัย คุยอะไรกัน เสียงดังสลับเสียงฮาเฮ ผลัดกันนั่งพัก คนละ 15นาทีไม่มีเกี่ยง นานเข้าก็เริ่มนั่งพับเพียบ แย่งกันคุย บนแผ่นฟิวเจอร์บอร์ดที่น้องบู๊ท ข้างๆกรุณาแบ่งมาให้ แถมมาร่วมวง( เสนอสินค้า...ไม่ว่ากันนะ)
3hr. ขณะเตรียมรอรับเสด็จฯ ก่อนเวลา19.00-20.00 ช่วงเวลานี้เกิดบรรยากาศแบ่งปันประสบการณ์ที่เรียกได้ว่า ไม่อยากลืมเพราะการที่ผู้ปฏิบัติงาน จริงๆมาอยู่ตรงหน้า เกิดความไว้วางใจกันและกันเรียกว่าไม่มีเขิน ไม่มีเหลี่ยมมุม ได้ประเด็นไปต่อยอดพัฒนากันแบบที่ไม่ต้องลงทุนไปประชุมที่ไหนให้เสีย งบประมาณ
ที่ผ่านมาการที่เราไปประชุมวิชาการมาหลายครั้ง ได้หลักการ แนวทางมาก็จริง แต่เมื่อกลับมาที่ทำงาน มาพบความต่างของวัฒนธรรม บริบท โครงสร้าง (และสารพัด) เรื่องที่เราระดมสมองกันในที่ประชุม ข้อเสนอแนะ แผนพัฒนามากมาย อาจพบว่าต้องออกแรงมากกว่าที่เราพูดคุยกันตรงๆกับผู้ที่ทำเองกับมือ สมองและหัวใจมาก่อน ได้ทั้งกลยุทธ์ เทคนิคเล็กๆที่เปลี่ยนแปลงเรื่องยากๆได้ วิธีการต่อยอดการพัฒนาของเราเอง อยู่ที่เราจะเปิดใจรับมาได้แค่ไหน เพียงแค่ยอมสุขน้อยลงแลกกับ สุขที่ยาวนาน
วันพุธที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2552
เชื่อหรือไม่ การตั้งคำถามยากกว่าการตั้งตาตอบ
การที่เราจะตั้งคำถามแต่ละคำถาม......เชื่อเถอะมักมีที่มาเสมอ
ประเด็นคือ เราตั้งคำถามนั้นกับใคร ??????? ถามด้วยอารมณ์แบบใด
=> การตั้งคำถามกับผบ.ในวงสนทนาที่ไม่เป็นทางการ ทำให้เราได้มากกว่าที่เราสนใจอยากรู้ (ของแถมมาเป็นชุดๆ)ต้องเลือกจังหวะเรียนรู้ดีๆ
=> การตั้งคำถามกับลูกน้อง เป็นการเปิดโลกความคิด เช่นในบางเรื่องที่เขาเข้าไม่ถึง แต่บางครั้งอาจนำมาปรับเป็นการตั้งเพื่อให้เค้าย้อนดูตัวเขาเอง หรือสิ่งที่เขาทำอยู่ ว่าดีพอแล้วยังหรือเป็นเขาเอง สังเกตว่าคนนั้นมักเป็นผู้ฟังก่อน เมื่อทีมเริ่มแสดงความเห็นดีๆ ไม่มีการกล่าวโทษใคร เขาจะสบายใจ ผ่อนคลาย และแสดงความคิดเห็น.ควรทำบ่อย และทุกครั้งที่มีโอกาส
=> การตั้งคำถามกับเพื่อน(ต่างวัย)สนุกที่สุด ในวงสนทนานี้จะมีรสชาดที่สุด ทำให้ทุกคนมีกำไร บางครั้งติดพันไม่ยอมกลับบ้านหลังเลิกงาน แต่ต้องรู้จัก รู้ใจกันพอควร
=> การตั้งคำถามกับลูก^_^อันนี้ใช้มานานแล้วได้ผลดีเรื่องที่ถาม คือเรื่องที่ไม่อยากให้ลูกเป็นอย่างนั้น.....
ประเด็นคือ เราตั้งคำถามนั้นกับใคร ??????? ถามด้วยอารมณ์แบบใด
=> การตั้งคำถามกับผบ.ในวงสนทนาที่ไม่เป็นทางการ ทำให้เราได้มากกว่าที่เราสนใจอยากรู้ (ของแถมมาเป็นชุดๆ)ต้องเลือกจังหวะเรียนรู้ดีๆ
=> การตั้งคำถามกับลูกน้อง เป็นการเปิดโลกความคิด เช่นในบางเรื่องที่เขาเข้าไม่ถึง แต่บางครั้งอาจนำมาปรับเป็นการตั้งเพื่อให้เค้าย้อนดูตัวเขาเอง หรือสิ่งที่เขาทำอยู่ ว่าดีพอแล้วยังหรือเป็นเขาเอง สังเกตว่าคนนั้นมักเป็นผู้ฟังก่อน เมื่อทีมเริ่มแสดงความเห็นดีๆ ไม่มีการกล่าวโทษใคร เขาจะสบายใจ ผ่อนคลาย และแสดงความคิดเห็น.ควรทำบ่อย และทุกครั้งที่มีโอกาส
=> การตั้งคำถามกับเพื่อน(ต่างวัย)สนุกที่สุด ในวงสนทนานี้จะมีรสชาดที่สุด ทำให้ทุกคนมีกำไร บางครั้งติดพันไม่ยอมกลับบ้านหลังเลิกงาน แต่ต้องรู้จัก รู้ใจกันพอควร
=> การตั้งคำถามกับลูก^_^อันนี้ใช้มานานแล้วได้ผลดีเรื่องที่ถาม คือเรื่องที่ไม่อยากให้ลูกเป็นอย่างนั้น.....
วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
ธารโต**บันนังสตา**กาบัง ==>YALA 2009
ย่างเข้าปีที่7 หลังสถานการณ์ความไม่สงบ สถานบริการด้านสุขภาพประชาชนในพื้นที่ ยังคงอยู่ได้ด้วยกลยุทธ์ที่ผู้บริหารสร้างความสุข สร้างกระแสความกระตือรือร้น สร้างเกราะความปลอดภัยทั้งกาย ใจ ให้แก่ผู้ที่ทำงานเพื่อผู้อื่น
การที่เราจะรับโอกาส ให้ออกไปพบกับสิ่งใหม่ ท้าทาย จากวิถีชีวิตแบบเดิมที่อยู่เฉยๆก็สุขสบายดี...เราคงต้องคิดเหมือนกันนะ แต่ครั้งนี้เป็นยิ่งกว่านั้นเพราะมันรวมถึง ความเสี่ยงในการเดินทางไปในพื้นที่ สีแดงๆเหลืองๆ ของจังหวัดยะลา
การเดินทางเริ่มต้นในเช้ามืด วันที่11 กพ 2009 เรามีแผนจะไปนอนกันที่ โรงแรมซีเอส จ.ปัตตานีทั้ง 3 คนทั้ง 2 คืนแต่เอาเข้าจริงต้องระเห็ดกลับวันที่12 เพราะห้องเต็มแล้วย้อนขึ้นไปใหม่วันที่ 13.......ตื่นเช้าตี5 เดินทางแค่ 1 ชม.
วัตถุประสงค์คือการไปรับประสบการณ์ดีดี จากทีมงานโรงพยาบาลชุมชน ที่กำลังทำ HA ทั้ง3 ซึ่งบางแห่งกำลังขอต่ออายุบันไดขั้นที่2 บางแห่งกำลังขอICV ในปี 2552 ...........และเป็นความตั้งใจของพี่แต๋วและทีมงานศูนย์ HA หากมีอจ.ท่านใดของพรพ กรุณามาเยี่ยมโรงพยาบาลใน 3 จังหวัด เราจะพยายามขอไปดูแลอจ.ที่สละ....ทั้งเวลา เสี่ยงทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ ท่านมามาด้วยรักและ ความปรารถณาดี แต่ครั้งนี้กลายเป็นว่าอจ.ตั้งชื่อทีมเราเป็น ทีมเยียวยา ที่ไม่เกี่ยวกับกรมสุขภาพจิต ......งานเข้าไม่รู้ตัวนะคะเนี่ยยยย....เป็นการเยียวยา (แปลว่า ให้กำลังใจ )หลังจากโรงพยาบาลทำการประเมินตนเองตามมาตรฐานใหม่ Scoring 1-2-3-4-5 คะแนน บรรยากาศไม่ต้องพูดถึง มีทั้ง Arrest /Post arrest / Shock แซวกันแบบพี่ๆน้องๆ ไม่ว่ากันนะคะเพราะทีมงาน ผ่านประสบการณ์มาแล้ว สุดท้ายแพทย์อนุญาตให้กลับบ้าน แถมมีแผนจำหน่ายที่ดีอีกด้วย กะว่าจะ Readmit ก็อีก 2 ปีข้างหน้า
การติดตามครั้งนี้ทำให้ได้เรียนรู้ วิธีการทำ GAP SIMPLE และทำความเข้าใจ กับมาตรฐานใหม่มากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะนำประเด็นสำคัญของมาตรฐานมาใช้พัฒนาระบบงาน และที่สำคัญคือจนท.โรงพยาบาลทั้ง 3 แห่งที่มอบประสบการณ์ใหม่ ที่ไม่มีวันลืมแก่พวกเรา .........แล้วยังมีวิธีการทำอาหารพื้นเมือง ปลาส้มทอดของธารโต .....บ้านตุ๊กตาสีสวยของบันนังสตา... และเพดานชวนฝันที่กาบังขอขอบคุณ อจ.ผ่องพรรณ ธนา ขอขอบคุณ ท่านผอก.นพ.วิรุฬห์ พรพัฒกุล
วันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2552
บทเรียน..นับไม่ถ้วนหลังการ Accreditation HA
อยากเก็บความทรงจำ( ดี ดี only) ก่อนการเยี่ยมของพรพ....หาเวลาลำดับความคิดอยู่กับตัวเองหลายวันแล้ว แต่งานยังเข้าไม่ขาดสาย จนวันนี้ ....ใจหนึ่งก็กลัวว่าจะลืมไปก่อน หลังๆนี่ข้อมูลซ้อนทับกันเหมือนการแทนที่ไฟล์ HA ฮา....หลัง save ( ความจำสั้นกระมัง)
เมื่อวันที่24 - 26 ธันวาคม 2551 ที่ผ่านมาเกือบหนึ่งเดือน ก่อนหน้านั้นการเตรียมความพร้อม มีหลากหลายบทบาทจนเกิดทั้งความสับสน เร่งรีบ รวบรัด ???
บทเรียนที่1 ในหน้าที่ของทีมFA บางคนหวังพึ่งทีมนี้ ทั้งที่หัวหมุน แต่พี่เจี๊ยบ วิมลวรรณก็ยังเจียดเวลาไปดูแลให้หอผู้ป่วยนวมินทร์5 บ่อยจนน้องไอซียู อิจฉาแต่หัวหน้าชอบใจ โชคดีที่หน่วยงานในความรับผิดชอบสามารถดำเนินงานไปได้ดีกว่าที่คาดไว้
บทเรียนที่2 ในหน้าที่ทำงานนำเสนอภาพรวม เรื่องนี้ท้าทายมากที่สุดนะคะอาจารย์ อมรา ^_^ เตรียมทำความเข้าใจมาตรฐานทุกข้อ จับประเด็นให้ชัดเจน สำหรับงานที่เตรียมนำเสนอ ครบตามเกณฑ์วิธิเล่าเรื่อง แล้วจู่ๆ จากทำ Power Point เป็นMultimedia ^ 0 ^ ดีที่ฝึกวิทยายุทธ์ไว้บ้างแล้ว ....
บทเรียนที่3 ในหน้าที่หัวหน้าหน่วยงานICU ใช้กลยุทธ์ เรา...คุยกันยามเช้ามานาน น้องๆเข้าใจระบบและงานคุณภาพ ทำงานตามมาตรฐานวิชาชีพ
บทเรียนที่4 ในหน้าที่กก.เครื่องมือแพทย์ ............
บทเรียนที่6 ในหน้าที่หม่ามี้.... สบายมากผ่านฉลุย
เมื่อวันที่24 - 26 ธันวาคม 2551 ที่ผ่านมาเกือบหนึ่งเดือน ก่อนหน้านั้นการเตรียมความพร้อม มีหลากหลายบทบาทจนเกิดทั้งความสับสน เร่งรีบ รวบรัด ???
บทเรียนที่1 ในหน้าที่ของทีมFA บางคนหวังพึ่งทีมนี้ ทั้งที่หัวหมุน แต่พี่เจี๊ยบ วิมลวรรณก็ยังเจียดเวลาไปดูแลให้หอผู้ป่วยนวมินทร์5 บ่อยจนน้องไอซียู อิจฉาแต่หัวหน้าชอบใจ โชคดีที่หน่วยงานในความรับผิดชอบสามารถดำเนินงานไปได้ดีกว่าที่คาดไว้
บทเรียนที่2 ในหน้าที่ทำงานนำเสนอภาพรวม เรื่องนี้ท้าทายมากที่สุดนะคะอาจารย์ อมรา ^_^ เตรียมทำความเข้าใจมาตรฐานทุกข้อ จับประเด็นให้ชัดเจน สำหรับงานที่เตรียมนำเสนอ ครบตามเกณฑ์วิธิเล่าเรื่อง แล้วจู่ๆ จากทำ Power Point เป็นMultimedia ^ 0 ^ ดีที่ฝึกวิทยายุทธ์ไว้บ้างแล้ว ....
บทเรียนที่3 ในหน้าที่หัวหน้าหน่วยงานICU ใช้กลยุทธ์ เรา...คุยกันยามเช้ามานาน น้องๆเข้าใจระบบและงานคุณภาพ ทำงานตามมาตรฐานวิชาชีพ
บทเรียนที่4 ในหน้าที่กก.เครื่องมือแพทย์ ............
บทเรียนที่6 ในหน้าที่หม่ามี้.... สบายมากผ่านฉลุย
วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
ความดีเกียรติที่อยู่ใน หัวใจเรา
การทำดีนั้นยากและเห็นผลช้า แต่ก็จำเป็นต้องทำเพราะหาไม่ความชั่วซึ่งทำได้ง่ายจะเข้ามาแทนที่
และจะพอกพูนขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันรู้สึกตัว
แต่ละคนจึงต้องตั้งใจ และเพียรพยายามให้สุดกำลังใจ
ในการสร้างเสริมและสะสมความดี
พระบรมราโชวาทพระราชทาน แก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร วันที่ ๑๔ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๒๕
บทสรุป งานมอบประกาศเกียรติคุณเป็นบุคคลตัวอย่าง นายแพทย์วิรุฬห์ พรพัฒน์กุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ สาขาการแพทย์และสาธารณสุข ปี 2008 โดยคณะกรรมการอำนวยการจัดงานบุคคลตัวอย่างแห่งปี และนิตยสารเส้นทางไทย ณ หอประชุม สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เมื่อวันที่19 พย.2551
การที่มีโอกาสไปร่วมแสดงความยินดีกับผู้บังคับบัญชาครั้งนี้ทำให้ได้พบบุคคลสำคัญที่อยากพบหลายท่าน อีกทั้งการจัดงานที่เรียบง่ายแต่แฝงด้วย เกียรติ ปิติ ยินดี ของผู้ร่วมงาน ที่ยิ่งเน้นให้เห็นว่าการที่ใครสักคนได้รับการยกย่องเชิดชู หรือรู้ว่าตนเองได้กระทำดีไม่จำเป็นต้องประกาศตนเอง แต่จะมีคนอื่นเห็นคุณความดีนั้นแล้วบุคคลนั้นก็จะถูกเลือกให้ได้รับเกียรตินั้นเอง
มีบางท่านไม่ได้เตรียมตัว ไม่ได้คาดคิด ว่าเป็นการมอบประกาศเกียรติคุณ ไม่ได้เตรียมกล้องมาเก็บภาพกลับไป จึงได้โอกาสหาเพื่อนใหม่ไปด้วยการฝากเก็บภาพ บรรยากาศในงานให้กันและกัน ขอขอบคุณโอกาสดีๆเช่นนี้ หลังจากนั้นทีมงานยังต้องเตรียมตัวไปดูงานที่โรงพยาบาลศรีธัญญา และยังได้มีโอกาสไปท้องสนามหลวง เก็บภาพสวยๆมาฝากเพื่อนๆ

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
พลังแห่งสี

เชื่อหรือไม่ มนุษย์สามารถมองเห็นสีด้วยตาเปล่าได้มากกว่าที่คิด คนส่วนมากจะรู้เพียงว่าวงจรสีมี 7 ระดับหรือที่เรียกว่า สเปคตรัม น้อยคนที่จะรู้ว่าตาคนเรามองเห็นได้มากกว่านั้นหากใช้เครื่องมือมาช่วย สามารถมองเห็นได้ถึง12 ลำดับ ศาสตราจารย์นิโคลัส โรรีช จิตรกรผู้มีวิญญาณของศิลปินอันมีชื่อเสียงที่สุดในยุคนี้ได้นำความเด่นของแสงสว่างมาใช้กับงานบนผืนผ้าใบ ด้วยวิธีการที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน เขากล่าวว่า สีเป็นผู้ควบคุมอนาคต ทุกสิ่งทุกอย่างที่ประกอบด้วยสีดำ เทา และพร่ามัว ทำให้มนุษย์มีสติสัมปชัญญะสูงส่งขึ้นทั้งสิ้น .... บางทีความลึกลับของสีอาจจะป็นดังคำจำกัดความของเกอร์เต้ที่ว่า สีเป็นความเจ็บปวดของแสง ก็ได้ด้วยเหตุผลที่แสงสีขาวบริสุทธิ์ หากลดคลื่นสั่นสะเทือนให้ช้าลง สีต่างๆจะปรากฏให้เห็นการกล่าวว่าสีเกิดจากความเจ็บปวด ก็คงได้
แม่สีมี 3 สีคือน้ำเงิน เหลือง แดงน้ำเงินเป็นสีของความตั้งใจ เหลือง เป็นสีของสติปัญญา สีแดงเป็นสีของความเคลื่อนไหว
ส่วนสีที่เกิดการผสมผสานเป็นหลากสีนั้นก็จะมีความเป็นคุณสมบัติเฉพาะตัวของมันเองลองมาดูกันนะคะ
สีแดงออกน้ำตาล เป็นสีของความตระหนีถี่เหนียว เห็นแก่ตัว
สีแดงอิฐ เป็นสีของความโกรธ
สีแดงเข้ม บอกถึงกามราคะ
สีแสด มีความเชื่อมั่นจนเป็นความหลงตัวเอง
สีแดงสดใส เป็นสีของความเข้มแข็ง อดทน สุขภาพสมบูรณ์
สีชมพูสดใส เป็นสีของความรัก เป็นมิตรและอ่อนโยน
สีส้มสดใส เป็นสีเด่นที่คริสต์ศาสนาบอกว่าเป็นสีของจิตที่อยู่เหนือธรรมชาติ
สีส้มทองใส บอกถึงความเฉลียวฉลาด
สีเหลืองบริสุทธิ์ บอกถึงไหวพริบและความเฉลียวฉลาด
สีเหลืองทองเป็นประกาย เป็นสีของการปรับตัวเพื่อการรับและการถ่ายทอดสติปัญญา
สีเหลืองมะนาว เป็นสีของพระเจ้าจึงเป้นสีทางศาสนา
สีเขียว เป็นสีของความสมดุลย์ สงบ ฟื้นฟูและรักษา
สีเขียวมะกอกอ่อน เป็นสีแห่งความเห็นอกเห็นใจและความสงสาร
สีเขียวเทา เป็นสีของผู้มองโลกในแง่ร้าย
สีน้ำเงิน เป็นสีของจิตใจที่อยู่ในระดับสูง
สีม่วงไลแลค เป็นสีแห่งความรักที่สูงส่งของมนุษย์
เชื่อไหม......สีทุกสี มีคุณค่าในการบำบัดโรค สีแดง เป็นสีที่กระตุ้นและเสริมพลังให้ร่างกาย สีเหลืองให้ชีวิตและเร่งการทำงานของสมอง สีเขียวทำให้จิตใจสงบและรักษาระบบประสาท สีน้ำเงินเป็นสีให้แรงบันดาลใจและทำให้มีสติ สีม่วงเร่งเร้าและทำให้ขั้นตอนต่างๆเจริญเติบโตทั้งร่างกาย จิตใจมนุษย์ทุกคนต่างมีสีสเปคตรัมอยู่ภายในร่างกาย และเปล่งออกมาเรียกว่ารัศมีกาย เป็นสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่กระจายออกจากร่างกายมนุษย์ ขึ้นอยู่กับความพิเศษเฉพาะบุคคล
อนาตค อิทธพลของสี จะเข้ามามีบทบาทในการดำรงชีวิตของเรามากขึ้น
แล้วคุณรู้แล้วยังว่าสีใด บอกความเป็นคุณ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)